แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ forward mail แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ forward mail แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลสงกรานต์


        ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลายท่านอาจมีแผนการที่จะขับรถออกไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัด แต่หลายท่านก็อาจจะฉลองสงกรานต์อยู่ในเมือง 

ศูนย์การขับรถอย่างปลอดภัยรู้สึกห่วงใยเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่านบนท้องถนน ทั้งนอก เมืองและในเมือง ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนในระหว่างเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเราอาจ คาดการณ์ล่วงหน้าได้ดังนี้ว่า 

  1. จะมีการใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะที่ต่างจังหวัดและเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ลำปาง อื่นๆ
  2. จะมีผู้เสพสุรามึนเมาในการขับรถมากกว่าปกติ
  3. จะมีผู้ขับรถเร็ว คึกคะนอง และประมาท มากกว่าปกติ
  4. จะมีผู้ขับรถหลายท่านขับรถด้วยความอ่อนเพลียมากกว่าปกติ
  5. จะมีการละเล่นสาดน้ำกันมากซึ่งทำให้ถนนบางช่วงหรือบางเส้นทางลื่นมากกว่าปกติ
  6. จะมีคนที่เล่นสาดน้ำถลำออกมาบนถนนโดยไม่ระมัดระวัง รวมถึงระวังคนเล่นน้ำที่ยืน หรือนั่งอยู่ท้ายรถกะบะที่อาจพลัดตกลงมาได้
  7. จะมีน้ำสาดมาที่รถท่านซึ่งทำให้ทัศนวิสัยเสียไปในระหว่างนั้น
  8. จะมีรถหยุดกะทันหันโดยไม่ให้สัญญาณ และหรือ เบี่ยงออก หรือขับเข้ามาในเลนของ ท่านอันเนื่องมาจากการสาดน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมอเตอร์ไซค์
  9. จะมีผู้ขับรถบางท่านที่ไม่รู้จักหรือไม่ชำนาญเส้นทางปะปนอยู่ด้วยมากกว่าปกติ
  10. ระวังจะมีคนเดินเท้าโดยเฉพาะคนเมาโดดขวางรถของท่านเพื่อขอเรี่ยไรเงินทำบุญ โดย อาจสังเกตได้จากข้างหน้าว่ามีการตั้งจุดเรี่ยไรอยู่หรือไม่ หรือมีขบวนบุญแห่อยู่ข้างหน้าซึ่งต้อง เพิ่มความระวังเป็นพิเศษ
  11. เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่อากาศร้อน ถนนบางเส้นทางอาจเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ข้างทาง และหรือมีคนจุดไฟเผาทำให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมถนนเป็นบริเวณกว้าง
ศูนย์ ฯ จึงขอแนะนำท่านในการขับรถในระหว่างเทศกาลสงกรานต์ดังนี้ 

๑. เตรียมร่างกายของผู้ขับและเตรียมรถของท่านให้พร้อม สาเหตุของอุบัติเหตุประการสำคัญคือเกิดจากคน และต่อไปก็คือเกิดจากอุปกรณ์ของรถบกพร่อง 

สำหรับคน ขอให้พักผ่อนให้เพียงพอก่อนการขับรถทางไกล อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อน การขับรถอย่างน้อย ๖ ชั่วโมง รวมถึงยาแก้ไข้ที่มีผลทำให้ซึมเซาและง่วงนอน ขับรถด้วยความ ระมัดระวัง มีสมาธิ และรักษาอารมณ์ของท่านให้ดี ก่อนออกรถอย่าลืมรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ทั้งตัวท่านและผู้โดยสาร 

กรณีที่ต้องขับรถไกลๆ เราขอแนะนำให้หยุดรถเพื่อพักผ่อนหรือเปลี่ยนอิริยาบททุก 2-3 ชั่วโมง อย่ารับประทานอาหารมากจนเกินไป ควรทานให้น้อย แต่บ่อยครั้งจะดีกว่าเพื่อท่านจะได้ไม่ รู้สึกง่วง กรณีที่ไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับเส้นทางขอแนะนำให้ทำการศึกษาเส้นทางก่อนออก เดินทาง อุบัติเหตุหลายครั้งเกิดจากการไม่รู้จักหรือไม่ชำนาญเส้นทางอย่างเพียงพอ เช่น เดียวกันกรณีถ้าเราขับรถตามรถคันหน้าที่ป้ายทะเบียนแตกต่างไปจากป้ายทะเบียนท้องถิ่น เช่น ป้ายทะเบียน กทม. แต่ไปอยู่ที่เชียงใหม่ ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ขับรถนั้นมาเที่ยว และอาจไม่รู้จักและคุ้นเคยกับเส้นทางเช่นกัน 

สำหรับอุปกรณ์ของรถ เราขอแนะนำหลัก BEWAGON ดังนี้ 

๑.๑ Break ตรวจระบบเบรกและคลัทซ์ของท่านว่ายังใช้งาน ได้ดี ไม่รั่วซึม ตรวจ เติมน้ำมันเบรกและน้ำมันคลัทซ์ด้วย 

๑.๒ Electrical ตรวจระบบไฟและแบตเตอรี่ ไฟรถ ไฟสัญญาณ ทุกดวง สายไฟ สายพานรถ ระดับน้ำกลั่น และขั้วของแบตเตอรี่ว่าถูกต้องและแน่นหนา หัวเทียน เตรียมฟิวส์สำรองไว้บ้าง สำหรับรถเกียร์ออโตเมติกควรมีสายพ่วงแบตเตอรี่ติดรถไว้ด้วย 

๑.๓ Water น้ำหม้อน้ำ ถังพักน้ำสำรอง ตรวจสภาพฝาหม้อน้ำ ท่อยาง น้ำล้างกระจก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยางปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพดีเนื่องจากต้องใช้งาน อย่างแน่นอน 

๑.๔ Air ตรวจลมยาง สภาพของยาง ดอกยาง เครื่องมือเปลี่ยนยาง เติมลมยางอะไหล่ ตรวจเติมน้ำยาแอร์ และสายพานแอร์ด้วย 

๑.๕ Gasoline มีน้ำมันในถังพอที่จะไปถึงจุดหมายปลายทาง ตรวจไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง รอยรั่วต่างๆ ว่ามีหรือไม่ อย่าลืมทำความสะอาดไส้กรองอากาศด้วย เพื่อป้องกันการอุดตัน 

๑.๖ Oil น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเกียร์ออโตเมติก น้ำมันพวงมาลัย เพาเวอร์ น้ำมันเฟืองท้าย น้ำมันไส้กรองสำหรับรถดีเซล 

๑.๗ Noise ติดเครื่องเดินเบา แล้วฟังเสียงที่ผิดปกติ จากนั้น ก็ขับรถเข้าไปในซอยเงียบ ๆ แล้วฟังเสียงผิดปกติอีกครั้ง ถ้ามีเสียงแปลก ๆ ขอให้ปรึกษาช่าง ประจำของท่าน 

อย่าลืมเดินตรวจสอบรอบๆรถสัก 1 รอบ รวมถึงก้มลงมองใต้ท้องรถด้วยเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติที่ อาจเกิดขึ้นกับรถของท่าน 

ถ้าท่านไม่มีเวลาที่จะดูแลสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง กรุณามอบความไว้วางใจกับศูนย์ ProServ ของ SHELL ทุกศูนย์ และอย่าลืมพกพาเครื่องมือประจำรถที่จำเป็นติดรถไปด้วย 

 ท่านจะต้องใช้การคาดการณ์ล่วงหน้าในระหว่างขับรถมาก กว่าปกติ เนื่องจากผู้อื่นจะใช้ความระมัดระวังในช่วงเทศกาลสงกรานต์น้อยลง ท่านจึงต้องเพิ่ม ความระมัดระวังในการขับรถของท่านให้มากขึ้น นำหลักการขับรถด้วยการสังเกตการณ์ล่วงหน้า มาใช้อย่างเคร่งครัด หลักก็คือ 

๒.๑ สังเกตการณ์ไปไกล ๆ ว่าท่านมองเห็นอะไรบ้าง กวาด สายตาไปกว้าง ๆ มองหาสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ กวาดตามองไปรอบๆทุกๆ 2 - 3 นาทีเพื่อ เก็บภาพต่างๆข้างๆทางและใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการขับรถ 

๒.๒ คาดการณ์จากสิ่งที่ท่านสังเกตเห็นว่าน่าจะมีอะไรเกิดตาม มาบ้าง เช่นถ้ามีตลาดนัดอยู่ริมทางหลวง ก็อาจจะมีคนข้ามถนนกระทันหันในเวลาใดเวลาหนึ่ง เป็นต้น สำหรับช่วงสงกรานต์สิ่งที่อาจคาดการณ์ได้ในบริเวณชุมชน ซอย ทางร่วมทางแยกก็คือ การละเล่นสาดน้ำซึ่งผู้เล่นอาจถลำเข้ามาในทางรถเพื่อสาดน้ำโดยท่านไม่ทันระมัดระวัง รถคัน อื่นอาจหยุดโดยทันที หรือ ขับหลบเข้ามาในเลนของท่านอันเป็นผลมาจากการสาดน้ำ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งมอเตอร์ไซด์ 

บริเวณที่มีการสาดน้ำถนนจะลื่นกว่าปกติสามารถสังเกตได้จากรอยน้ำบนท้องถนน ท่านจำเป็น ต้องลดความเร็วลง หลีกเลี่ยงการเบรคกระทันหันเพราะจะทำให้ล้อล็อคและรถลื่นไถลไม่สามารถ ควบคุมได้ และเสี่ยงต่อการถูกชนท้าย กรณีที่ท่านสังเกตเห็นรถที่ป้ายทะเบียนไม่ใช่ของท้องถิ่น นั้นๆอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นผู้มาท่องเที่ยวซึ่งอาจไม่รู้จักคุ้นเคยกับเส้นทางและอาจชะลอ หยุด หรือหักรถออกมาในเลนของท่านเมื่อไรก็ได้ 

๒.๓ เตรียมตัวป้องกันอุบัติเหตุแต่เนิ่น ๆ จากสิ่งที่ท่านคาดการณ์ เอาไว้ว่าอาจจะเกิดขึ้น เช่นชะลอความเร็วของรถลง เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทันในระยะที่ปลอดภัย หรือให้สัญญาณไฟ หรือสัญญาณแตร เพื่อเตือนผู้อื่นตามความจำเป็น 

๓. อย่าลืมหลักการดูกระจกหลัง ให้สัญญาณ แล้วจึงเปลี่ยนช่องทาง เดินรถ (Mirror, Signal and Maneuver) ขอเตือนให้ดูกระจกหลังบ่อย ๆ ทุก ๆ ๑๐-๑๕ วินาที ตามหลัก ของ DDC กรณีที่กระจกมองหลังไม่มีหรือเห็นได้ไม่ชัดเจนแนะนำให้ดูกระจกมองข้างทั้งข้างซ้ายและ ข้างขวาประกอบ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลายครั้งเกิดเพราะคนขับลืมมองกระจกหลัง แล้วใช้ความระมัด ระวังไม่พอ 

๔. อย่าขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด สาเหตุลำดับ แรกสุดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็คือการขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การขับรถเร็วจะ เกิดอะไรขึ้นบ้างตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น 

๔.๑ ท่านจะใช้การสังเกตการณ์ในเหตุการณ์เบื้องหน้าได้น้อยลง เพราะมุมหรือองศาที่ท่านมองผ่านกระจกหน้ารถออกไปจะแคบลง องศาที่ท่านมองจะมากขึ้นหรือ น้อยลงนั้นเป็นอัตราส่วนกับความเร็วของรถที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเสมอ 

๔.๒ ท่านจะมีเวลาในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาน้อยลง 

๔.๓ ระยะเบรกและหยุดของรถจะยาวขึ้น ท่านอาจจะหยุดรถ ไม่ได้ระยะดังใจนึก

๔.๔ ความร้ายแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะมากกว่า 

๕. อย่างแซงรถในที่ห้ามแซง ในที่คับขัน ทางร่วมหรือทางแยก เป็นอันตรายอย่างยิ่งถ้าท่านจะทำอย่างนั้น อดใจรอตามหลังรถคันหน้าไปก่อน และแซงรถได้เมื่อ ถูกกฎจราจรและเมื่อท่านเห็นว่าปลอดภัย ระมัดระวังรถมอเตอร์ไซค์ คนเดินถนนและสัตว์บริเวณ ทางร่วมทางแยกดังกล่าวด้วย เป็นสุภาพบุรุษที่จะชะลอรถ และให้ทางรถที่แซงสวนมาไม่พ้นด้วย 

๖. ทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้า ๒ วินาที ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้า ๒ วินาทีทุกขณะเมื่อขับภายในความเร็ว ๘๐ กม./ชั่วโมง และต้องทิ้งระยะมากกว่านั้นเมื่อความเร็วเกิน ๘๐ กม./ชั่วโมง 

ถ้าไม่จำเป็นอย่าพยายามขับรถตามหลังรถกระบะ รถบรรทุกที่มีการบรรทุกสิ่งของเพราะสิ่งของเหล่า นั้นอาจตกลงมาได้ รวมถึงรถกะบะที่บรรทุกคนที่เล่นน้ำอยู่ด้านหลังทั้งที่นั่งและยืนอยู่ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ ได้ควรเพิ่มระยะตามให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าปกติ 

ถ้าทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตก ถนนลื่น หรือในตอนกลางคืนต้องทิ้งระยะห่างให้มากกว่านั้น เมื่อรถติดการ หยุดรถหลังรถคันหน้าก็ต้องทิ้งระยะห่างให้พอสมควรและขึ้นเบรคมือทุกครั้งด้วยเช่นกัน 

๗. การขับรถในเวลากลางคืนและเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี เราไม่แนะนำ ให้ท่านขับรถในเวลากลางคืน ท่านควรวางแผนที่จะไม่ขับรถในเวลากลางคืน หรือวางแผนขับรถให้ ถึงที่หมายก่อนค่ำ 

ถ้าจำเป็นที่จะต้องขับรถในเวลากลางคืน หรือเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี เราขอแนะนำดังนี้ 

๗.๑ เปิดไฟใหญ่ตั้งแต่เวลาโพล้เพล้หรือเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี แสง สว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถหรือสิ่งกีดขวางในทางได้ชัดแจ้งภายในระยะน้อยกว่า 150 เมตร เช่นฝนตก หมอกลง หรือขับรถเข้าไปในกลุ่มควัน แม้ว่าการเปิดไฟหรือไม่เปิดไฟใหญ่ในเวลาที่ทัศน วิสัยไม่ดี เราก็อาจมองไม่เห็นทางพอกัน แต่เราขอแนะนำให้ท่านเปิดไฟใหญ่ เพราะเราต้องการ ให้คนอื่นมองเห็นท่านจากไฟรถของท่านด้วย มิใช่เพื่อให้ท่านเห็นทางแต่เพียงอย่างเดียว แน่ใจว่า ท่านต้องมองเห็นถนนด้านหน้าก่อนขับรถเข้าไป ถ้าไม่แน่ใจขอแนะนำให้นำรถเข้าจอดที่ข้างทาง ที่ปลอดภัย เปิดไฟหรี่และไฟฉุกเฉินไว้ด้วยเพื่อให้ผู้อื่นเห็นรถของท่านเพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นมาชนท้าย 

๗.๒ ลดความเร็วลง ขับรถด้วยความเร็วที่ปลอดภัยที่ท่านสามารถ จะหยุดรถได้ทันในระยะที่ท่านมองเห็นทาง หรือที่ไฟหน้ารถส่องถึงเท่านั้น 

๗.๓ สังเกตกับดักในระหว่างทางให้ดี กับดักในที่นี้คือสิ่งที่เป็นอัน ตรายที่สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายถ้าท่านมองไม่เห็นมัน เปิดไฟใหญ่สูงเป็นครั้งคราวเพื่อมอง หากับดัก แต่อย่าเปิดตลอดเวลาเพราะจะเข้าตารถที่สวนทางมา ใช้ไฟต่ำทุกครั้งที่สวนกับรถอื่น 

๗.๔ สังเกตแนวเส้นขอบถนน ป้ายจราจร ป้ายเตือน และป้ายห้าม ต่าง ๆ พยายามสังเกตคนเดินข้างถนน และล้อเลื่อนที่ไม่มีไฟท้ายรถด้วย 

๗.๕ กระพริบไฟใหญ่ให้รถคันหน้าได้ทราบเมื่อท่านต้องการจะ แซง ขอให้แซงรถเมื่อท่านแน่ใจว่าไม่มีอันตราย 

๗.๖ กรณีที่เจอสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่นฝนตก ถนนลื่น โดย เฉพาะในช่วงชั่วโมงแรกขอแนะนำให้ลดความเร็วของรถลงเหลือประมาณ 2/3 และเพิ่มระยะตาม เป็น 2 เท่า คือประมาณ 4 วินาที บนถนนที่ลื่นรถอาจเกิดการลื่นไถลและไม่สามารถควบคุมได้ถ้า เราใช้ความเร็วมากเกินไปและมีการหมุนพวงมาลัย หรือ เบรคกระทันหันซึ่งจะทำให้ล้อล็อคตายและ ไม่สามารถบังคับรถได้ 

๗.๗ ก่อนเหยียบเบรคทุกครั้งต้องมองกระจกหลังก่อนเพื่อป้อง กันการถูกชนท้าย 

๘. ขับรถด้วยความระมัดระวังและมีความสำนึกที่จะหลีกเลี่ยง อุบัติเหตุ ให้มีสมาธิในการขับรถอยู่ตลอดเวลาและมีสำนึกที่จะหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ ขับรถด้วยความ เอื้ออารีต่อผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยกัน 

ขอให้ทุกๆ ท่านขับรถอย่างปลอดภัยในระหว่างเทศกาลสงกรานต์นี้ 

สวัสดีปีใหม่สงกรานต์ไทยแด่ทุกท่านค่ะ 

โดย ศูนย์การขับรถอย่างปลอดภัย
บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด



ข้อมูล: ศูนย์การขับรถอย่างปลอดภัย (Shell Defensive Driving Centre) บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด 

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

ถอนหญ้า

"เราบอกตัวเองว่าเราต้องการมี "ความสุข"
แต่เรากลับให้ความสนใจโลกภายนอกมากเกินไป
เราตั้งโปรแกรมด้วยอารมณ์เหล่านี้

ด้วยคำสั่ง และ ความคาดหวัง
มันจึงกลายเป็นโปรแกรมการยึดติดที่เหนียวแน่น
หากเมื่อไรที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

สนใจโลกภายนอกให้น้อยลง
เพิ่มแรงสนใจกับโลกภายในให้มากขึ้น
เราก็จะเป็นอิสระในชีวิต
เราจะครอบครองความสุขทั้งหมด

ความสวยงามของโลก
จะเป็นของเราเอง"

โดย. ปริญ
ที่มา. หนังสือ "ตื่น..ด้วยสมาธิ"



วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

การลดกรรม 45 อย่าง

การลดกรรม 45 อย่าง

1. กรรมที่ไม่มีลูก
กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น

ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ

2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์

ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ

ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพร! ะ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ

ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

5. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา

ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน

ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข

7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา

ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือ ธรรมะแจกจ่ายฟรี

8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ

ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้

9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ

ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย

10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช

ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแ! อบแฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่ จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่าง สม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

11.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ขาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม

ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน

ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น
พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก

ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้
ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน

ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์

15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ

ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนา! ถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ

16. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา

ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่

ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง

ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา

19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม

ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล

20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น!


ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน

21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

22. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ

ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน

23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก

ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บู! ชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด

24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ

ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือสิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ

25. ไม่มีชื่อเสียง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา

26. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน

27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน

ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง

28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้

ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดี ๆ เข้ามาในชีวิต

29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ

ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น!

ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว

ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น

ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ
กรรมจาก เคยทำแท้ง

ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ

34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้ เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดีขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง

สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้ รับกุศลและอโหสิกรรม

35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและ ชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ

ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา

และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยว ได้นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ

ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่ง กันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด หรือช่วยเหลือคนป่วย

37. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม
ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง

ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

39. ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตาม! ูลนิธิต่างๆ

40. ตกงาน
กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น

ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา

41. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ

ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว

42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ

43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน

ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน

44. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน

ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด

45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก

ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรักสมใจ


วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด

ความสุข เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง... 
         ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง

คุณบอกกับตัวเองว่า เมื่อได้แต่งงาน และมีลูก ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น
แต่เมื่อมีลูก และลูกของคุณยังเล็กอยู่ คุณก็เกิดความรู้สึกว่า
เมื่อเขาโตขึ้นเราคงมีความสุขและสบายขึ้น

แต่เมื่อลูกโตมากขึ้น จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น คุณกลับรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอีกครั้ง

และเมื่อลูกๆ ผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปได้  คุณคิดว่า คุณจะมีความสุขมากขึ้น
แต่คุณกลับบอกกับตัวเองอีกว่า จะรอให้ลูกๆ
จัดการกับตัวของเค้าเองให้เรียบร้อยดีเสียก่อน

บางครั้งคุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนานๆ
และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากที่สุด
แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที


ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกัน ?
แท้จริงแล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาขณะนี้ ช่วงเวลาปัจจุบัน ไม่ต้องรอให้ความสุขมาหาเราในอนาคต
เราควรมีความสุข และพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน

ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่างๆ หรือบททดสอบชีวิตอันยากเข็ญ
แต่ในที่สุดเราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิตเป็นของคู่กัน
ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องความสุขและความพึงพอใจจากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุข
มากกว่าที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน
แล้วถึงจะมีความสุขได้


เริ่มหยุดพูดกับตัวเองเสียทีว่า
ถ้าฉันลดน้ำหนักได้สัก 5 กิโล ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้ซื้อบ้าน ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้เกิดเป็นลูกคนรวย ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าคุณหยุดพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมีความสุข
และคุณจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

ตอบคำถาม ต่อไปนี้
1. บอกชื่อคน 3 คน ที่รวยที่สุดในโลก
2. บอกชื่อนางงามจักรวาล 3 คนล่าสุด
3. บอกชื่อ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 3 คนล่าสุด
4. บอกชื่อนักแสดงนำชาย 3 คนล่าสุดที่ได้รับรางวัลออสการ์

นึกไม่ออกใช่ไหม? ไม่ใช่เรื่องแปลก
ไม่มีใครหรอกที่จะจดจำคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
คนที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ก็ล้วนล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา
รางวัลต่างๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะก็จะถูกลืมในไม่ช้า

ตอบคำถาม ต่อไปนี้
1. บอกชื่ออาจารย์ 3 ท่านที่เคยช่วยเหลือคุณในเรื่องการเรียน
2. บอกชื่อเพื่อน 3 คนที่ช่วยเหลือคุณในยามที่คุณต้องการ
3. นึกถึงคน 3 คนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้เป็นคนพิเศษ
4. บอกชื่อคน 3 คนที่คุณอยากใช้เวลาด้วย

นึกออกง่ายกว่าใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่า
คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นที่สุด
ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณอีกหลายคน ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ
และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ

... ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะมีความสุข มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้..
ใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้
๑. อย่าเปรียบเทียบ ชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง  
๒. อย่าคิดทางลบ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย  
๓. อย่าทำอะไร เกินกว่าที่ตัวเองทำได้ ...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน   ๔..อย่าเอา จริงเอาจังกับตัวเองนัก  เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก  
๕. อย่าเสียเวลา และพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ.... นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง  
๖. จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอน หลับ  
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยา เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆ... คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่าง ที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว  
๘.  ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสียและอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ  
๙.  ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร... จงอย่าเกลียดคนอื่น  
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ  
๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง  
๑๒.จงเข้าใจเสียว่า ชีวิต ก็คือ โรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้  และปัญหา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตร ซึ่งมาแล้วก็หายไป... เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต... แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้น อยู่กับคุณตลอดชีวิต  
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น  
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่น หรอก... บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้... เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร 
 
แล้ว เราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ        
        ๑.    อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ  
        ๒.    จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน  
        ๓.    จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง  
        ๔.    จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ  
        ๕.    พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน  
        ๖.    คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย  
        ๗.   งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่า ที่จะดูแลคุณ ในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ ดังนั้น,  อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็น อันขาด
 
และ ถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ , ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้
        ๑.   ทำสิ่งที่ควรทำ  
        ๒.  อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม ?
        ๓.  เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผล ทุกอย่างได้  
        ๔.  ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยว มันก็เปลี่ยน  
        ๕.  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุก จากเตียง, แต่งตัว และปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน  ด้วย... get up, dress up and show up.
        ๖.   สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง  
        ๗.   ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย  
        ๘.  เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...
ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า


และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

       " ส่งบทความนี้ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงใยด้วยนะ... "

สิ่งดีๆ มีไว้แบ่งปัน  ^_^

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำไม 3x8=23 ?

3 x 8 = 23 ?
                     เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษามีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ  มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ ที่หน้าร้านขายผ้า จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า  ได้ยินลูกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า “3x8ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย24 เหรียญล่ะ!
               
               เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า พี่ชาย 3x8 ได้ 24 จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก
                คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุย และกล่าวว่าใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน! จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน
               เอี่ยนหุยกล่าวว่า ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
              คนซื้อผ้ากล่าวว่า หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ? ” เอี๋ยนหุยกล่าวว่า   หากท่านวินิจฉัยว่า ข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก (ตำแหน่ง)
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น
               เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย
                เอี๋ยนหุยไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น   ชายผู้นั้น เมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป
                พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ  ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้   ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว  พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า

อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง
                เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า ศิษย์จะจำใส่ใจแล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง  เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุ ลมฝนเป็นแน่  จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่าอย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง

                  เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่  ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก  สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด

คำกล่าวของพระอาจารย์ ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้ สาเหตุ?
                  เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัวมาค่อยๆ เดาะดาลประตูห้องของภรรยา  เมื่อเอี๋ยนหุย คลำไปที่เตียงนอนก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!
                   เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง

                   เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่ง คือน้องสาวของเขาเอง  พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก  
                  เมื่อพบหน้าขงจื้อ จึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์ และกล่าวว่าท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็น ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”   ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่  จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่   และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย   อาจารย์จึงเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง
                   เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกินขงจื้อจึงตักเตือนเอี๋ยนหุยว่า อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่าอาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก  หากอาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆ หนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ ? ”
 
                   เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆ น้อยๆ ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชรา จึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”   
              จากนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด มีเอี๋ยนหุย ติดตามไม่เคยห่างกาย
 

 จากตำนานเรื่องเล่านี้ ...
บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป
เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต  เรื่องราวมากมายที่ไม่ ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
         ทะเลาะกับลูกค้า  ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
         ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
         ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
         ทะเลาะกับเพื่อน   ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)

ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก
          ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า  จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด
ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด

...นับถือๆ  เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน ^__^

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

เพราะฉันขัน ...ตะวันจึงขึ้น

เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น
อย่าทำงานจนป่วยตาย..อย่าหลงใหลตัวเอง




ที่ วัดเซนแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีไก่อยู่ครอบครัวหนึ่ง
 หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้บริหารที่เก่งมาก กางปีกปกป้องภรรยาและลูกทุกตัว
 อยู่กันมาอย่างมีความสุข ทุกๆ เช้าเวลาตีห้า ไก่ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว
จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร
 ประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็จะอรุโณทัยฉายแสงขึ้นมาส่องแสง
สว่างไปทั่วทั้งสากลโลก ไก่สี่ตัวนี้จะมีความสุขมากที่ได้เห็นตะวันค่อยๆ
 ทอแสงสุขสว่างขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวัน และก็ยืนภาคภูมิใจว่า
 เพราะฉันขันตะวันจึงขึ้น มีความสุข นี่คือผลงานของฉัน
ทุกๆ เช้าไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จแล้ว
ก็รอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นเสร็จแล้วก็บิน
กลับลงมาหาอยู่หากินกับลูกกับเมีย เขามีความสุขมาก

ต่อ มาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน
ร่างกายทนไม่ไหวก็ป่วย เช้าตรู่วันนั้นไก่ตัวนั้นก็บินขึ้น
ไปเกาะกิ่งไม้ที่เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้นก็ร่วงตกลงมา
 รู้สึกไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งคนรุ่นใหม่  ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ
พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนเอาไหม
ไก่พ่อ  ก็ยืดอกขึ้นมาชี้หน้าลูก
น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขันตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ
เจอผู้ใหญ่ดับฝันแบบนี้ลูกหัวหดเลย

เช้าตรู่วันนั้นทั้งๆ ที่ป่วย ไก่ตัวนี้ก็บินขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้
และก็ขันครั้งสุดท้าย ขันได้ครั้งเดียว ตกลงมาดิ้นพราดๆ
ก่อนจะขาดใจตาย เรียกประชุมผู้ถือหุ้นด่วน
ทั้งภรรยาและลูกมากันครบ สั่งเสียว่า
เธอที่รัก ลูกพ่อ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปพี่คงไม่มีชีวิตอยู่ต่ออีกแล้ว
และจากนี้เป็นต้นไป พอพี่ไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค
ฉะนั้นขอให้เธอและลูกดูแลบริษัทของเราให้ดีๆ
ถ้าไม่มีพี่แล้วจะอยู่กันด้วยความยากลำบาก
 มนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันดีๆ นะที่รัก


เสร็จแล้วก็ล่วงลับดับขันธ์ไป พร้อมกับความเข้าใจผิดว่า
 เพราะฉันขันตะวันจึงขึ้น หารู้ไม่ว่าวันรุ่งขึ้น
 พอไก่ตัวนี้ตายไปแล้ว
ตะวันก็ยังขึ้นเหมือนเดิม
โลกดำเนินต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ไก่ตัวนั้นไม่ได้นำเอาตะวันไปด้วยสักนิด
พระอาทิตย์ยังคงอุทัย พระจันทร์ยังคงทอแสง สายน้ำยังคงไหลเอื่อย
ดอกไม้ยังคงผลิบาน โลกนี้ยังคงมีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
นกก็ยังมีข้าวปลาอาหาร คนต่างๆ ก็ยังคงทำงานต่อไปได้เหมือนเดิม
ฉะนั้น ผู้บริหารทุกคน เมื่อเราบริหารงานไปได้ระดับหนึ่งแล้ว
อย่าหลงตัวเองว่าองค์กรนั้นถ้าขาดฉันแล้วไปต่อไม่ได้
ควรเตือนตัวเองเอาไว้บ่อยๆ ว่า ถ้าขาดฉันแล้วมันจะไปได้ดี
เพื่อจะได้ไม่หลงตัวเอง

 ผู้บริหารจำนวนมาก ทันทีที่ประสบความสำเร็จก็ล้มเหลวในวันนั้น
เพราะทันทีที่ประสบผลสำเร็จก็เริ่มหลงตัวเอง
 และนี่แหละคือจุดจบของผู้บริหาร
ฉะนั้นจำนิทานเรื่องนี้ไว้
วันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ ก็อย่าไปหลงตัวเองว่าเรา ต้องเป็นหนึ่งในตองอูเท่านั้น
จนไม่ยอมบริหารจัดการอำนาจความรับผิดชอบให้กับผู้อื่นเลย
ผู้บริหารที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่แบกหนักที่สุด
ผู้บริหารที่ดีคือผู้ที่แบกหนักพอสมควร และกระจายภาระให้คนอื่นแบก
และประการสำคัญที่สุด ผู้บริหารจะไม่ทำงานจนป่วยตาย
…...

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ยิ้มกันหน่อย

แค่ขำๆ
สุดทน...


ร้านไหนนะ


สดจากฟาร์ม...


















ขอบคุณพี่ต่าย... สำหรับ FW" ขำๆ  ^___^

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

10 อันดับที่ผู้ชายเสียเปรียบผู้หญิง จิงด้วย อิอิ

อันดับ 1

ผู้หญิงหอมแก้มกัน : ดูน่ารัก
ผู้ชายหอมแก้มกัน : อืยยย...หวาดเสียว ขนลุก

อันดับ 2
ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ : น่ามองจิงๆ น่าชม
ผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ : แหยะ! จะอ้วก

อันดับ 3
ผู้หญิงตบผู้ชาย : ป้องกันตัว หรือ "สุดจะทน"
ผู้ชายตบผู้หญิง : ไอ่หน้าตัวเมีย!

อันดับ 4
ผู้หญิงร้องไห้ : ดูน่าสงสาร
ผู้ชายร้องไห้ : ปลาซิว

อันดับ 5
ผู้หญิงเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ดูน่ารักดี สดชื่น
ผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ชักแปลก ดูเหมือนคู่เกย์

อันดับ 6
ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย : อ่อ อาจเป็นเรื่องปกติ
ผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง : สารเลว เกาะผู้หญิงกิน

อันดับ 7
ผู้หญิงพูดตรงๆ : ดูเป็นคนเปิดเผย
ผู้ชายพูดตรงๆ : ไอ่บ้า พูดไม่เข้าหูคน

อันดับ 8
ผู้หญิงเข้าห้องน้ำผู้ชาย : มันผิดพลาดกันได้!
ผู้ชายเข้าห้องน้ำผู้หญิง : ไอ่บ้า! โรคจิต

อันดับ 9
ผู้หญิงเดินตกท่อ : น่าสงสารจัง เป็นอะไรมากมั้ย?
ผู้ชายเดินตกท่อ : ไอ่โง่! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย

อันดับ 10
ผู้หญิงขับรถปาดหน้า : ช่างเหอะ ผู้หญิงก้ออย่างนี้แหละ
ผู้ชายขับรถปาดหน้า : แซงขึ้นแล้วยิง!!

อันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ ^_^

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

Crime watch....สังเกตุสักนิด!!‏

(1) ถ้ามีใครขอให้ช่วยกด เอทีเอ็ม จงปฎิเสธ จงบอกให้เขาไปขอความช่วยเหลือ จาก พนง.ธนาคารดีกว่า ...
เหตุผลคือ "มีกล้อง วงจรปิด ที่หน้าตู้" ถ้าบัตรนั้นถูกขโมยมา ภาพของคุณจะปรากฎ แทนหน้าโจร (งานเข้า ละท่าน)
(2) ถ้าบ้านคุณเกิดไฟดับ แต่เมื่อมองไปไฟข้างๆบ้านยังมี จงอย่าผลีผลาม เปิดประตูบ้านออกไป เพื่อตรวจดูมิเตอร์ไฟ
เพราะคุณอาจเจอ คนถือมีด ยืนรอปล้นคุณอยู่ที่หน้าประตู
(3) คุณอาจเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนคือ... เห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้ อยู่ข้างทาง บอกว่าหลงทางและขอให้พาไปส่งบ้าน ตามที่อยู่ในกระดาษ เมื่อไปถึงบ้านเด็กที่หลงทาง คุณจะถูกไฟฟ้าดูด จนหมดสติ เมื่อเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู
เมื่อได้สติ จะพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเปลือย ในห้องที่ว่างเปล่า
** การเป็นคนใจดี ในสมัยนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย**
(4) วันหนึ่ง มีหญิงแก่ มายืนที่หน้าบ้าน ถือถุงขนมมาด้วย 2 ถุง ตอนแรกคิดว่าเป็นคนในระแวกบ้านเอาขนมมาให้
แต่พอเธอเอ่ยปากพูดจึงรู้ว่า เธอเป็นชาวต่างชาติ เพราะพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง เลยปิดประตู เพราะคิดว่ามาขอเงิน
**ภายหลัง จึงได้รู้ว่า หญิงแก่คนนี้ ได้ปล้นคนบางคน ในระแวกถนนนั้นได้สำเร็จ
(5) ขณะที่กำลังจะถอนเงินทีตู้เอทีเอ็ม ก็มีหญิงแกขอร้องให้ช่วยกดเงินให้เธอ เพราะเธอทำไม่เป็น ... เวลาเดียวกัน ... จะมีเด็กตัวเล็กมายืนข้างๆ เตรียมจะเอามือไปเตรียมหยิบเงิน"ของคุณ" --- ขณะที่หญิงแก่ พยายามดึงความสนใจของคุณไปจากหน้าตู้
* จงระวังและตื่นตัว ขณะกดเงิน*** และ ระวังคนที่ไม่น่าไว้ใจด้วย


(6) มีคุณแม่ผู้เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉยๆ ได้เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งมีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด แล้วขอกระป๋องโค๊ก เปล่าๆ ใบหนึ่ง เพื่อเอาไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม โดยจะจ่ายให้ 2 ริงกิต (เงินมาเลย์) = 9.7 x2 บาท
แล้วล้วงกระเป๋าเอาธนบัตร 100 ริงกิต ออกมาให้ แล้วให้ท่านทอนเงิน แต่โชคดีที่ ท่านบอกว่า ไม่เอาเงินค่ากระป๋องเปล่า ให้ฟรีๆ
(โชคดีมากๆ เพราะ*เงินนั้นเป็นเงินปลอม* ถ้าทอนจะเสียเงินไป 98 ริงกิต


(7) เรื่องนี้เกิดที่บาหลี เมื่อผู้สามีภรรยาที่ไปเที่ยว แล้วภรรยาเกิดหายตัวไป ตอนแรกนึกว่า เล่นกัน แต่หายไปหลายชั่วโมง จนต้องแจ้งให้ตำรวจช่วยตามหา แต่ก็ไร้ผล หลายปีต่อมา ... สามีกลับมา บาหลีอีกครั้ง และได้ไปดูโชว์ "ของแปลก" ในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง....
เขาไปเห็น มีหีบเหล็กที่สกปรกและขึ้นสนิม.... ในนั้นมี หญิงสาวผู้ ไร้แขนขา ..ทั่วใบหน้าและทั่วร่างเต็มไปด้วยแผลเป็น เมื่อเขาได้มองใกล้ๆ ก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือภรรยาที่หายไปของเขา ทีถูกจับขังเพื่อเป็นขอทาน


(8) ระวัง เสียงเด็กร้องไห้ เพราะคนร้ายจะอัดเทปเสียง เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดประตูออกมา...
*มีคนหายไปจากแหล่งชอปปิ้งที่เซี่ยงไฮ้ หาไปเจอ เวลาผ่านไปหลายปี ก็มีคนพบว่า เธอกลายเป็นขอทานข้างถนนในกรุงเทพ ในสภาพพิการไร้แขนขาและถูกล่ามโซ่


(9) ระวังเวลาไปเข้าห้องน้ำ คนเดียวคุณอาจจะถูกแก๊งค์ขายชิ้นส่วนมนุษย์จับไป โดยยัดไว้ใต้รถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด

(10) แก๊งค์จะทำเป็นเอาธนบัตรหล่นไว้ล้อหลังของรถคุณแล้วมาเคาะหน้าต่าง เรียกคุณลงไป "เก็บ"เงินทีคุณทำตกไว้ เมื่อคุณลงไป คุณจะถูกปล้น !!!